วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แบบฝึกหัดบทที่ 8

                                                        แบบฝึกหัด
บทที่ การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม 
                                     กลุ่มเรียน 4
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                         รหัสวิชา 0026008
ชื่อ-สกุล นางสาวปลิตตา กิมสันติสุข 56011112073

คำชี้แจง จงพิจารณากรณีศึกษานี้
1) “นาย ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย ที่ เป็นเพื่อนสนิทของนาย ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว เมื่อนางสาว ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลอง” การกระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมาย ใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
ตอบ ด้านจริยธรรม ผิดจริยธรรม ที่สร้างโปรแกรมขึ้นมาเพื่อทำลายคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
ด้านกฎหมาย ผิดกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์   
มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2) “นาย ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้ง รูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย เป็นนักเรียน ในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J” การ กระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
ตอบ ด้านจริยธรรม ผิดที่สร้างข้อมูลเพื่อความสนุกสนานโดยไม่คำนึงถึงผู้ใช้งานอื่นที่อาจนำข้อมูลของตนไปใช้ศึกษา
ด้านกฎหมาย ไม่ผิด เพราะข้อมูลที่สร้างขึ้นเป็นข้อมูลที่มีการอ้างอิงจากตำราเพียงแต่รูปแบบการนำเสนอไม่ได้ทำเพื่อจุดประสงค์ทางวิชาการ

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แบบฝึกหัดที่ 7

                                                 แบบฝึกหัด
บทที่ ความปลอดภัยของสารสนเทศ 
                                                      กลุ่มที่เรียน 3
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน 
                           รหัสวิชา0026 008ชื่อ-สกุล นางสาวปลิตตา กิมสันติสุข 56011112073

คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คือ
ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายภายใน (Internet) โดยป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) ที่มาจากเครือข่ายภายนอก (Internet) หรือเป็นการกำหนดนโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่ายสองเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไป แล้วแต่ระบบ 
          ไฟร์วอลล์ มีขีดความสามารถในการไม่อนุญาตการ Login สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าใช้งานในเครือข่าย แต่ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ใช้งานจะมีสิทธิ์ใช้งานทั้งภายใน และติดต่อภายนอกเครือข่ายได้ โยจำกัดข้อมูลจากภายนอกเครือข่าย ไม่ให้เข้ามาในเครือข่าย นับเป็นจุดสังเกตการณ์ตรวจจับและรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เปรียบได้ดังยามที่ทำหน้าที่เผ้าประตูเมือง

2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm , virus computer, spy ware, adware มาอย่างน้อย โปรแกรม
          ม้าโทรจัน ม้าโทรจัน (Trojan Horse
)   เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมา ให้ทำตัวเหมือนว่าเป็น โปรแกรมธรรมดาทั่วๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียกขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อถูกเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรม พร้อมชื่อรุ่นและคำอธิบาย การใช้งานที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจัน อาจจะเช่นเดียวกับคนเขียนไวรัส คือ เข้าไปทำอันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์ เพื่อที่จะล้วงเอาความลับ ของระบบคอมพิวเตอร์ ม้าโทรจันนี้อาจจะถือว่า ไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดดๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดในโปรแกรมอื่น เพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ ผู้ใช้ เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ ที่มีม้าโทรจันอยู่ในนั้น และนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรม ที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบตซ์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมประเภทม้าโทรจันได้ 
          ไฟล์ไวรัส File Viruses   คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในแฟ้มข้อมูล ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแฟ้มข้อมูลแบบ Executite ได้แก่ไฟล์ประเภท .EXE .COM .DLL เป็นต้น การทำงานของไวรัสคือจะไปติดบริเวณ ท้ายแฟ้มข้อมูล แต่จะมีการเขียนคำสั่งให้ไปทำงานที่ตัวไวรัสก่อน เสมอ เมื่อมีการ เปิดใช้แฟ้มข้อมูล ที่ติดไวรัส คอมพิวเตอร์ก็จะถูกสั่งให้ไปทำงานบริเวณ ส่วนที่เป็นไวรัสก่อน แล้วไวรัสก็จะฝังตัวเองอยู่ในหน่วยความจำเพื่อ ติดไปยังแฟ้มอื่นๆ ต่อไป 
3. ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง          1) Application viruses จะมีผลหรือมีการแพร่กระจายไปยังโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ อาทิเช่น โปรแกรมประมวลผลคำ(Word Processeng) หรือโปรแกรมตารางคำนวณ เป็นต้น การตรวจสอบการติดเชื่อไวรัสชนิดนี้ทำได้โดยดูจากขนาดของแฟ้ม (File size) ว่ามีขนาดเปลี่ยนไปจากเดิมมาน้อยแค่ไหน ถ้าแฟ้มมีขนาดโตขึ้น นั่นหมายถึงแฟ้มดังกล่าวอาจได้รับการติดเชื้อจากไวรัสชนิดนี้แล้ว
2) System viruses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือแพร่กระจายในโปรแกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ Operating systems) หรือโปรแกรมระบบอื่น ๆ โดยไวรัสชนิดนี้มักจะแพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย ข้อ
 1)ติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบไวรัส และ Firewall เพื่อป้องกันการรับอีเมล์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือการสื่อสารจากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต
2)
ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (Patch) ของซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่เราใช้งานอยู่ตลอดเวลา
3)
ตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคาร บัตรเครดิตต่าง ๆ ที่มีการใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นประจำ
4)
ไม่ควรคลิกที่ hyperlink ใด ๆ หรือรันไฟล์ใด ๆ ที่มากับอีกเมล์ หรือโปรแกรมสนทนาต่าง ๆ จากบุคคลที่ไม่รู้จัก
5)
ระวังอีเมล์ที่มีลักษณะในการข้อให้ท่านกรอกข้อมูลส่วนตัวใด ๆ หรือยืนยันข้อมูลส่วนตัวใด ๆ

5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่
1) ICT Gate Keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายและวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Gateway) พัฒนาซอฟต์แวร์นี้โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังปิดกั้นข้อมูบไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง
2) House Keeper ซึ่งจัดทำเป็นแผ่นซีดีรอม และแจกฟรีให้กับผู้ปกครองหรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวง โปรแกรมนี้จะมี 3 ส่วน
                     - ส่วนแรก คิดดี้แคร์ ปิดกั้นเว็บไซต์อนาจารและเว็บที่ไม่เหมาะสมที่กระทรวงไอซีที มีข้อมูลคาดว่าจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
                     - ต่อมาเป็นส่วนพีเพิลคลีน ติดไอคอนไวที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะคลิกเข้าไปเมื่อพบภาพลามกอนาจาร ประชาชนจึงสามารถเข้ามามีบทบาทช่วยเฝ้าระวังภัยได้เช่นกัน

                     - ส่วนสุดท้าย สมาร์ทเกมเมอร์ (Smart Gamer) แก้ปัญหาการติดแกม และควบคุมการเล่นเกมของเด็ก ๆ ผู้ปกครองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาของการเล่นเกมและช่วยดูแลเรื่องความรุนแรงของเกม แต่ละส่วนนี้คงต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา

แบบฝึกหัดที่ 6



แบบฝึกหัด
บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน                                        กลุ่มที่เรียน 4
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                            รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ-สกุล นางสาวปลิตตา กิมสันติสุข 56011112073
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
    1. เทคโนโลยีสารสนเทศ    2. เทศโนโลยี    3. สารสนเทศ    4. พัฒนาการ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
   1. ควบคุมเครื่องปรับอากาศ   2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
   3. การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน   4. การพยากรณ์อากาศ3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
   1. ระบบอัตโนมัติ
   2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย   3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่างๆ   4. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์   2. บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต   3. การติดต่อข้อมูลทางเครือข่าย   4. ถูกทุกข้อ
5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
   1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์
   2. ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลย   3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ
   4. การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล

6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
   1. เทคโนโลยีการสื่อสาร   2. สารสนเทศ   3. คอมพิวเตอร์   4. ถูกทุกข้อ
7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน   2. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน หรือสอบถามผลสอบได้   3. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้บุคคลทุกระดับติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว   4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ
8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
   1. เครื่องถ่ายเอกสาร
   2. เครื่องโทรสาร   3. เครื่องมินิคอมพิวเตอร์   4. โทรทัศน์ วิทยุ9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจ   2. พัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และการสื่อสาร   3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
   4. จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
   1. ตรวจสอบผลการลงทะเบียน ผลการสอบได้
   
2. สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้
   
3. ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครู อาจารย์ หรือส่งงานได้ทุกที่
   
4. ถูกทุกข้อ

บทความวิชาการ

เตาอบไมโครเวฟ น่ากลัวจริงหรือ?
เตาอบไมโครเวฟ, ไมโครเวฟ,ซุปเปอร์ฮีท, superheat
จุดกำเนิดของเตาไมโครเวฟ
เตาไมโครเวฟ ค้นพบโดย เพอร์ซี สเปนเซอร์ (Percy Spencer) พนักงานบริษัทเรธีออน (Raytheon) ในขณะกำลังสร้าง แมกนีตรอนสำหรับใช้ในระบบเรดาห์ วันหนึ่งในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่กับเรดาห์ที่กำลังทำงานอยู่ เขาได้สังเกตเห็นแท่งช็อกโกแลต ในกระเป๋าเสื้อของเขาละลาย อาหารชนิดแรกที่อบโดยตู้อบไมโครเวฟ คือข้าวโพดคั่ว และ ชนิดที่สองคือ ไข่ ซึ่งเกิดระเบิดขึ้นในขณะทำการทดลองอบ
ในปี ค.ศ. 1946 เรธีออน ได้จดสิทธิบัตรกระบวนการใช้คลื่นไมโครเวฟในการอบอาหาร ต่อมาในปี ค.ศ. 1947 เรธีออกก็ได้ผลิตเตาอบไมโครเวฟเครื่องแรก เพื่อการพาณิชย์ ชื่อ Radarange ซึ่งมีขนาดใหญ่ สูงถึง 6 ฟุต (1.8 เมตร) และ หนัก 750 ปอนด์ (340 กิโลกรัม) โดยใช้น้ำเป็นระบบระบายความร้อน และ ให้กำลัง 3000 วัตต์ ซึ่งสูงกว่าเตาอบไมโครเวฟที่เราใช้กันทุกวันนี้ ถึง 3 เท่า การประดิษฐ์นี้ประสบความสำเร็จทางการตลาดมากจนในที่สุด เรธีออนได้ซื้อบริษัท อมานา (Amana) เพื่อทำการผลิต ผลิตภัณฑ์ชุดอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือนอื่นๆ
ก่อนออกสู่ตลาดทั่วไป ในช่วงแรกนี้ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ทำงานทางด้านการทหาร เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีความชำนาญทางด้าน แมกนีตรอน ในช่วงปี ค.ศ. 1970 ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตจนราคาลดน้อยลง จนสามารถใช้เป็นเครื่องใช้ในครัวเรือนในบ้านเรา
การทำงานของเตาไมโครเวฟ
เตาอบไมโครเวฟ, ไมโครเวฟ,ซุปเปอร์ฮีท, superheat
เตาอบไมโครเวฟ ให้ความร้อนกับอาหารโดยการ แผ่คลื่นย่านความถี่ไมโครเวฟ โดยปกติจะใช้ ช่วงความถี่ 2.45 จิกะเฮิรตซ์ (GHz) (หรือ ความยาวคลื่น 12.24 เซนติเมตร) ผ่านเข้าไปในอาหาร โมเลกุลของน้ำ ไขมัน และ น้ำตาล ที่อยู่ในอาหารจะดูดซับพลังงานของคลื่นที่ผ่านเข้าไปและเกิดเป็นความร้อนขึ้น ในกระบวนการที่เรียกว่า การเกิดความร้อนในสารไดอีเล็กตริก (dielectric heating) (สารที่มีขั้วบวกลบในโมเลกุลเดียวกัน เช่นโมเลกุลน้ำ) 
เตาอบไมโครเวฟ, ไมโครเวฟ,ซุปเปอร์ฮีท, superheat
เนื่องจากโมเลกุลส่วนใหญ่นั้นเป็นโมเลกุลที่มีขั้วไฟฟ้า คือ มีประจุบวก และ ประจุลบที่ขั้วตรงกันข้าม เมื่อคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งเป็นสนามไฟฟ้าผ่านเข้าไป โมเลกุลเหล่านี้ก็จะถูกเหนี่ยวนำและหมุนขั้วเพื่อปรับเรียงตัวตามสนามไฟฟ้าของคลื่น และคลื่นนี้เป็นสนามไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงสลับไปมาจึงส่งผลให้โมเลกุลเหล่านี้หมุนกลับไปมา ทำให้เกิดความร้อนขึ้น การให้ความร้อนด้วยคลื่นไมโครเวฟนี้จะมีประสิทธิภาพการเกิดความร้อนสูงสุด ในการให้ความร้อนแก่น้ำ และ ประสิทธิภาพต่ำ เมื่อให้ความร้อนแก่ ไขมัน น้ำตาล และ น้ำแข็ง การให้ความร้อนด้วยคลื่นไมโครเวฟนี้ มักจะมีการให้คำอธิบายที่ผิดว่าเกิดจาก การสั่นพ้องของโมเลกุลน้ำ (การสั่นพ้องของโมเลกุลน้ำจะเกิดได้ที่ความถี่ที่สูงมาก ในช่วง หลายสิบจิกะเฮิรตซ์ เท่านั้น)
ช่องสำหรับอบอาหารนั้นจะถูกล้อมไว้ด้วย ลูกกรงฟาราเดย์ เพื่อกักไม่ให้คลื่นหลุดลอดออกมาสู่ภายนอก ประตูตู้นั้นส่วนใหญ่จะเป็นกระจก ซึ่งจะมีชั้นที่เป็นลูกกรงทำด้วยสารตัวนำไฟฟ้าสำหรับกันคลื่น เนื่องจากข่ายลูกกรงนี้มีขนาดความกว้างของช่องเล็กกว่า ความยาวคลื่น คือ 12 เซนติเมตร คลื่นไมโครเวฟจึงไม่สามารถลอดผ่านออกมาได้ ในขณะที่ แสงสว่างผ่านลอดออกมาได้เนื่องจาก แสงมีความยาวคลื่นที่สั้นกว่ามาก
ทำไม ห้ามใส่โลหะ ในเตาไมโครเวฟ?
การนำโลหะ ที่มีมุมแหลมๆ เช่น ฟอล์ย ห่ออาหาร เข้าอบในเตาไมโครเวฟ จะทำให้เกิดการสะสมของประจุในบริเวณปลายแหลมนั้น และอาจทำให้เกิดการ สปาร์ค เกิดประกายไฟ และลุกเป็นไฟได้ ทั้งนี้ ส้อม มีด หรือโลหะปลายแหลม ก็สามารถเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันได้ การนำวัตถุที่ทำจากโลหะตันขนาดเล็ก เช่น ช้อนโลหะ เข้าในเตาอบไมโครเวฟ นั้นไม่ทำให้เกิดอันตรายถ้าหากมีอาหาร หรือ น้ำ เพื่อดูดซับคลื่นที่สะท้อนออกจากวัตถุนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในเตาอบไมโครเวฟบางรุ่นนั้นจะมีชั้นวางโลหะอยู่ในเตาอบด้วย
ทำไม ไข่จึงระเบิดในเตาไม่โครเวฟ?
เพราะไข่ ประกอบด้วยน้ำในปริมาณมาก เมื่อโมเลกุลน้ำได้รับพลังงานจากคลื่นไมโครเวฟจึงร้อนและกลายเป็นไอน้ำ เมื่อแรงดันของไอน้ำสะสมอยู่ภายใน ในปริมาณมาก จึงดันให้เปลือกไข่ระเบิดออกมาได้ แม้ว่าไข่จะไม่มีเปลือก แต่เยื่อหุ้มไข่แดงสามารถทำให้ภายในไข่แดงเกิดแรงดันไอน้ำจนระเบิดได้ ไม่เพียงแต่ไข่เท่านั้น ภาชนะปิดสนิท ที่มีน้ำหรืออาหารที่ประกอบด้วยน้ำและของเหลวที่ระเหยได้ เช่นต้ม หรือแกง อยู่ภายในก็สามารภทำให้เกิดการระเบิดได้ด้วยสาเหตุเดียวกันซุปเปอร์ฮีท (superheat) คืออะไร?
ซุปเปอร์ฮีต เป็นปรากฏการรณ์ที่น้ำ หรือของเหลวใดๆ ได้รับความร้อน จนทำให้อุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือด แต่ยังไม่เกิดเป็นฟองจากการเดือด เนื่องจากของเหลวมีแรงตึงผิวปกป้องอยู่ที่ผิวหน้า แต่เมื่อผิวหน้าของของเหลวได้รับการรบกวนจากสิ่งแวดล้อม ของเหลวนั้นก็จะเกิดการเดือดอย่างรุนแรงในฉับพลันคล้ายการระเบิด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายจากน้ำร้อนลวกได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการต้มน้ำโดยตรงจากเตาไมโครเวฟ หากจำเป็น ควรรอให้อุณหภูมิลดลงจนอุ่นก่อน จึงหยิบภาชนะออกมา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจาก ซุปเปอร์ฮีต
ไมโครเวฟ ทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง และก่อมะเร็ง จริงหรือ?
มีกลุ่มรณรงค์ต่อต้านการใช้เตาอบไมโครเวฟในการทำอาหาร ได้กล่าวอ้างถึงอันตรายเนื่องจาก การทำอาหารด้วยไมโครเวฟจะทำให้เกิดการสูญเสียคุณค่าทางอาหารมากกว่าการทำอาหารแบบดั้งเดิม นอกจากนั้นคลื่นไมโครเวฟยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของอาหารอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคำกล่าวอ้างดังกล่าวไม่ได้มีหลักฐานข้อสนับสนุนใดๆ ทางวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ดี ไม่ควรอุ่นอาหารทั้งๆ ที่มีพลาสติกห่อหุ้ม เพราะเมื่อได้รับความร้อนอาจมีการรั่วไหลของสารก่อมะเร็งซึ่งมาจากสารเติมแต่งในพลาสติก ปัจจุบัน มีพลาสติกบางชนิดที่ปลอดภัยและมีการรับรอง สามารถเข้าไมโครเวฟได้โดยไม่ก่ออันตราย นำมาเป็นภาชนะบรรจุซึ่งจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปคลื่นดังภาพ
เตาอบไมโครเวฟ, ไมโครเวฟ,ซุปเปอร์ฮีท, superheat
ที่มาhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%9F
http://www.nst.or.th/article/article494/article49401.html 
http://www.vcharkarn.com/varticle/38375
ภาพจากhttp://virtualthoughts.org/2012/is-this-plastic-container-microwave-safe/
http://www.nst.or.th/article/article494/article49401.html

แบบฝึกหัดบทที่ 5

แบบฝึกหัด
บทที่ 5 การจัดการสารสนเทศ                                                     กลุ่มเรียน 4
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                         รหัสวิชา 0026008
ชื่อ-สกุล นางสาวปลิตตา กิมสันติสุข 56011112073
คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.         จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีระบบสารสนเทศ การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ในการจัดการ รวมทั้งมีนโยบาย หรือ กลยุทธ์ระดับองค์การในการจัดการสารสนเทศ

2.         การจัดการสารสนเทศมีความสําคัญต่อบุคคลและต่อองค์การอย่างไร
1)    ความสำคัญด้านการบริหารจัดการ ผู้บริหารต้องอาศัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งกับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ทางเลือกในการแก้ปัญหา การตัดสินใจ การกำหนดทิศทางขององค์การ ให้สามารถแข่งขันกับองค์การคู่แข่งต่างๆ จึงจำเป็นต้องได้รับสารสนเทศ ที่เหมาะสม ถูกต้อง ครบถ้วน ทันการณ์ และทันสมัย เพื่อใช้ประกอบภารกิจตามหน้าที่ ตามระดับการบริหาร
2)    ความสำคัญด้านการดำเนินงาน การจัดการสารสนเทศช่วยให้การใช้สารสนเทศเพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกระแสงานหรือขั้นตอน จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน เอื้อให้เข้าถึงและใช้สารสนเทศได้อย่างสะดวก
3)    ความสำคัญด้านกฎหมาย จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับทั้งในระดับภายในและภายนอกองค์การ โดยเฉพาะสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินและบัญชีที่ต้องรวบรวมจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ รวมทั้งมีการตรวจสอบความถูกต้องทั้งจากหน่วยงานภายในองค์การ หรือจากหน่วยงานภายนอกตามกฎหมาย

3.         พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
แบ่งอย่างกว้างๆได้เป็น 2ยุค เป็นการจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ และการจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

4.         จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
-      การจัดตารางเรียนในแต่ละวัน
-      การใช้บริการตู้ ATM
-      การใช้โทรศัพท์มือถือ

บทความสุขภาพ

งีบหลับอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ




 หลายคนคงรู้สึกง่วงไม่ว่าก่อนหน้าจะไปทำกิจกรรมอะไรมา และก็ไม่สามารถนอนได้เพียงแค่อยากงีบหลับนิดหน่อย แต่รู้ไหมแค่การหลับในเวลานิดหน่อยก็ช่วยให้สุขภาพ ดีได้

          เราคงได้ยินกันบ่อยๆเรื่องการเปิดให้ตัวเองงีบหลับระหว่างวันอยู่บ้าง…การหลับมีประโยชน์ต่อสุขภาพ กายและใจ แต่ก็มีศิลปะของการงีบหลับไว้ด้วย ตามห้วงเวลาตั้งแต่ 10-90 นาที แต่ละระดับเป็นอย่างไร “ประชาชาติออนไลน์” พามาดูกัน

          10-20 นาที มีการศึกษาว่า การงีบหลับระดับนี้เป็นการเพิ่มความตื่นตัวและเพิ่มพลัง ซึ่งช่วงเวลาไม่มากแบบนี้ ส่งผลให้ช่วงนอนงีบหลับระยะขนาดนี้เป็นการนอนหลับขั้นธรรมดา หรือไม่ทันได้ฝัน และเป็นจังหวะการงีบที่ถูกปลุกให้ตื่นได้ง่าย

          30 นาที การหลับที่ยาวขึ้นมาอีกนิดนี้มีการวิจัยว่าเป็นการหลับที่อาจส่งผลให้ตื่นมาเฉื่อยๆมีอาการมึนงงหลังการตื่นก่อนที่จะค่อยๆกลับมามีอาการปกติ

          60 นาที การหลับเวลาขนาดนี้ถูกระบุว่าช่วยปรับสภาพร่างกาย เป็นการหลับที่มีผลต่อการส่งคลื่นสั้นๆต่อสมอง

          90 นาที วงจรการหลับครบ หลับลึกและหลับในระดับฝัน นำไปสู่การปรับภาวะอารมณ์และกระบวนการความทรงจำ ความคิดสร้างสรรค์ จะไม่เกิดภาวะหลับแล้วตื่นมาเฉื่อยชา ตื่นได้ง่าย

 ที่มา.......................Imagetree
http://women.thaiza.com/งีบหลับอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ/276544/

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แบบฝึกหัดที่ 4

แบบฝึกหัด
บทที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                            กลุ่มเรียน 4
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน            รหัสวิชา  0026008
ชื่อ-สกุล นางสาวปลิตตา กิมสันติสุข รหัส 56011112073
..................................................

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.      ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
1)      การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล     
 -   ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ
 -   เครื่องเอกซเรย์
 -   เทปแม่เหล็ก            
2)      การแสดงผล
-   เครื่องพิมพ์
-   จอภาพ
-   พอตเตอร์
3)      การประมวลผล       
-   ฮาร์ดแวร์
-   ซอฟต์แวร์
-   ไมโครซอฟวินโดว์                        

4)      การสื่อสารและเครือข่าย
 -   โทรทัศน์
 -   วิทยุกระจายเสียง
 -   อินเตอร์เน็ต  


2.       ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องขวา มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความที่สัมพันธ์กัน
8    ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
6    Information Technology
2. e-Revenue
1    คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
4   เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder
3   ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการททำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
   ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
9    การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
5   EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
10    การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
2   บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

บทความสุขภาพ

ดื่มน้้ำน้อยลผลร้ายที่คุณคาดไม่ถึง   
                 



          ดื่มน้้ำน้อยและการไม่ชอบดื่มน้ำ นอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพ แล้ว การดื่มน้ำน้อยยังส่งผลเสียหลายอย่างต่อระบบร่างกายของเรา

          ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ เลือดเราประกอบด้วยน้ำ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ กระดูกเราก็ประกอบด้วยน้ำ 22 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายเราเสียน้ำวันละ 2 ลิตรเศษ

          ถ้าเรารับน้ำเข้าไปไม่เพียงพอก็ถือว่าขาดน้ำ อวัยวะภายในจะรวนผิดปกติ เลือดจะข้น ยากที่หัวใจจะสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่าง ๆ หัวใจจะตีบตันเสียก่อน ความจำก็จะเสื่อมหรือเป็นอัลไซเมอร์ เพราะเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ เส้นเลือดก็จะตีบตัน ลำไส้จะแห้ง ทำให้ท้องผูก

          เพราะภาวะสังคมที่รีบเร่ง คนทำงานนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์มักไม่ค่อยอยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ไม่ชอบดื่มน้ำซึ่งจะทำให้ปัสสาวะบ่อย แต่ถ้าบอกว่า คนไข้โรคความจำเสื่อมเป็นถึงระดับผู้บริหารใหญ่ ๆ ดื่มน้ำวันละ 2-3 แก้ว ไม่เกิน 500 ซี.ซี. ทำให้เลือดข้นไขมันสูง หมอส่วนใหญ่จะจ่ายยาละลายลิ่มเลือดให้ ทำให้เลือดใสแต่เหมือนการคนน้ำให้ตกตะกอน แต่ก็ยังต้องใช้น้ำนำพาตะกอนออกมาอยู่ดี มันจะได้ไม่กลับไปอุดตันเส้นเลือดเหมือนเดิม

     ช่องทางในการขับของเสียออกจะมีอยู่ 5 ช่องทางด้วยกันคือ

          1. ไต ขับออกมาทางปัสสาวะ

          2. ลำไส้ใหญ่ ขับออกมาทางอุจจาระ

          3. ปอด ขับออกมาทางลมหายใจ

          4. ผิวหนัง ขับออกมาทางเหงื่อ

          5. (สำหรับผู้หญิง ) รอบเดือน ขับออกมาทางประจำเดือน

          เมื่อช่องทางการขับของเสียไม่สมบูรณ์ ร่างกายก็จะต้องพยายามหาทางออกให้ได้ เช่น เป็นสิว ฝ้ากระ ฝี ริดสีดวง ถ้าเรามีอาการดังที่กล่าว อาจแสดงถึงว่าร่างกายมีของเน่าเสียอยู่ภายใน เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม การกินหรือฉีดยาไม่ใช่วิธีเดียวในการรักษาหรือบำบัดโรคให้หายไป ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไขทีหลัง!

ที่มา..................Imagetree
http://women.thaiza.com/ดื่มน้้ำน้อยลผลร้ายที่คุณคาดไม่ถึง/276267/